http://get.adobe.com/flashplayer/?promoid=JZEFT
การติดตั้งวินโดว์ใหม่ หรือแม้ว่าอยู่ดี ๆ firefox อาจไม่มีเสียงปัญหาเกิดจาก flashplayer ที่ทำหน้าที่อ่านไฟล์เสียงมีปัญหา แก้ไขได้โดยการติดตั้ง Adobe Flash Player ใหม่ ซึ่งเป็น Version ใหม่ตามลิ้งด้านบน และวิธีการด้านล่าง
วันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2556
วันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2556
สุรินทร์ แฉไทยหลุมดำอาเซียน เหตุโกงมากที่สุด
เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ ประธานสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย แถลงว่า จากการที่สถาบันออกแบบประเทศไทย ได้ศึกษาถึงแนวทางการแก้ปัญหาของประเทศ ทำให้พบข้อมูลว่า วันนี้มีความน่าเป็นห่วงปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ที่ทำให้ประเทศไทยเป็นหลุมดำ ทำให้นักลงทุนต่างประเทศวิตก ส่งผลกระทบต่อเงินลงทุนจากต่างประเทศที่เข้ามาในประเทศลดลงถึง 1.8 แสนล้านบาท ซึ่งจะเป็นจุดที่ทำให้ประเทศไทยที่เคยมีภาวะเศรษฐกิจเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาค ตกลงไปอยู่ในอันดับ 4 เนื่องจากปัญหาการคอร์รัปชั่นที่มากที่สุดในประเทศอาเซียน เนื่องจาก 10 ปีที่ผ่านมา ไทยไม่สามารถขจัดปัญหาคอร์รัปชั่นได้ และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ซึ่งมีองค์กรต่าง ๆ สำรวจพบว่า พรรคการเมืองเป็นต้นตอการคอร์รัปชันมากที่สุด รวมถึงสื่อมวลชนไม่สามารถเป็นกระจกสะท้อนคอร์รัปชันได้
นายสุรินทร์ กล่าวต่อว่า จากผลสำรวจของเอแบคโพลและสวนดุสิตโพล ถึงทัศนคติคนไทยต่อปัญหาคอร์รัปชัน พบว่าเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 20 ปี กว่า 70 เปอร์เซ็น เห็นด้วยและยอมรับการคอร์รัปชันได้หากได้ประโยชน์ด้วย และจากการสำรวจทรัพยากรจากงบประมาณแหล่งเงินและโอกาสต่าง ๆ พบว่าเราสูญเสียเงินในส่วนนี้ปีละ 1 แสนล้านบาท ถือว่าเป็นมะเร็งร้ายที่ทำลายความสามารถแข่งขันของประเทศ และทำให้ไทยตามใครไม่ทัน เพราะใช้งบประมาณรั่วไหลจากการทุจริต ที่สำคัญจากการศึกษาขององค์กรโปร่งใสนานาชาติพบว่า 1 ใน 6 ของคนไทย ยอมรับว่าเคยมีส่วนจ่ายสินบนหรือมีส่วนทุจริตคอร์รัปชันด้วย จึงทำให้เกิดปัญหาหลุมดำในประเทศไทยคือ 1.นักลงทุนไม่เข้ามาลงทุน และหันไปลงทุนในประเทศเล็กๆ เพราะเป็นหลุมสว่างมากกว่า ไม่มีทุนคอร์รัปชัน 30-40% 2.หลุมดำนี้จะทำให้โครงการต่างๆ ของอาเซียนต้องชะงักลง เพราะไทยเป็นจุดศูนย์กลางหนึ่งของภูมิภาค 3.สมรรถนะการของไทยจะลดลง
”ผมขอเตือนสติว่าเรากำลังกลายเป็นกับดักของทุกสิ่ง จะเป็นภัยพิบัติของตัวเองและภูมิภาค ถ้าเราล้มจะส่งผลต่อภูมิภาคด้วย เราเป็นไข่แดงของภูมิภาค สิ่งที่จะทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวคือการคอร์รัปชัน จึงอยากใหทุกฝ่ายตื่นตัวร่วมกันแก้วิกฤติ บังคับใช้กฎหมายคอร์รัปชันตรงไปตรงมา ไม่ทำแบบลูบหน้าปะจมูก มีการลงโทษจริงจัง ทำตามข้อตกลงในการต่อต้านคอร์รัปชันในภูมิภาคอาเซียนที่ไทยร่วมลงนามด้วย รวมถึงไทยควรเข้าไปเป็นภาคีในอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการให้สินบนของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว เพื่อให้เป็นมาตรวัดกระตุ้นให้ไทยแก้ปัญหามะเร็งร้ายได้ และ 3.ต้องเปลี่ยนทัศนคติของคนไทยในการคอร์รัปชัน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน ไม่เช่นนั้นจะทำให้ไทยล่มจม เป็นหลุมดำ และอนาคตเยาวชนจะเป็นผู้รับบาป เพราะการไม่เอาจริงเรื่องคอร์รัปชันของคนในรุ่นปัจจุบัน ที่สำคัญสื่อมวลชนจะต้องเป็นกระจกเงาสะท้อนปัญหาให้ชัดเจนมากขึ้น เพราะสื่อมวลชนคือสาเหตุหนึ่งของความอ่อนเปลี้ยในการแก้ปัญหาทุจริต” นายสุรินทร์ กล่าว.
#ข่าวเดลินิวส์ #ภาพเดลินิวส์ #แถลงที่พรรค @democrat_party #บุคลากรคุณภาพระดับอาเซียน
วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556
ศาสนาพุทธสอนเรื่องการดับทุกข์ การทรมานร่างกายไม่ใช่หนทางพ้นท์ที่แท้จริง!! ไม่มีคำสอนบทใดสอนให้สาวกทรมานร่างกายเพื่อพ้นทุกข์
ถ้าบุญที่ได้ ต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดทรมานขนาดนี้.. ?
ขออยู่แบบไม่มีบุญดีกว่า
ถ้าโลกสวยจะด่า ตอบกูก่อนนะว่า..
- มึงนับถือ ศาสนาอะไร ?
- ถ้ามึงตอบว่าพุทธ (แล้วมึงรู้มั้ยว่าที่คนในรูปทำนั้นมันของลัทธิเต๋า ไม่ใช่พุทธ)
- กูนับถือพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนให้กราบไหว้นับถือ ผี สาง นางไม้ เทพเจ้าใดๆทั้งสิ้น
- ถ้าเห็นรูปแล้วดิ้นจะเป็นจะตายก็กลับไปอ่านหนังสือพุทธศาสนาให้เข้าใจแก่นแท้ของศาสนาก่อน
ที่มา : เพจสอนควายให้หายโง่, FuckGhost ฟักโกสต์ : สมาคมต่อต้านสิ่งงมงาย
รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี 2013 The Nobel Peace Prize for 2013
รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี 2013 นี้ไม่ใช่ Malala Yousafzai อย่างที่หลายคนคาดหวัง เนื่องจากคณะกรรมการรางวัลโนเบลแห่งนอร์เวย์มีมติมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2013 ให้แก่ Organization for the Prohibition of Chemical Weapons (OPCW) สำหรับความอุตสาหะขององค์กรในการกำจัดอาวุธเคมี
หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลง การประชุมที่กรุงเจนีวาในปี 1925 ได้มีมติห้ามใช้อาวุธเคมี แต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ยังคงมีการใช้อาวุธเคมีในการสังหารมนุษย์โดยเฉพาะการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของนาซีเยอรมัน และหลังจากนั้นอาวุธเคมีก็กลายเป็นอุปกรณ์ของผู้ก่อการร้ายและรัฐอีกหลายรัฐ นานาชาติในประชาคมโลกต่างเห็นความน่ากลัวของการใช้อาวุธเคมี ฉะนั้นการประชุมวาระอาวุธเคมีจึงได้มีมติสั่งห้ามการใช้, การผลิต, การกักเก็บอาวุธเคมีตั้งแต่ปี 1992-1993 และในที่สุด OPCW ก็ก่อตั้งขึ้นมาในปี 1997 เพื่อรับผิดชอบหน้าที่บังคับใช้มติในทางปฏิบัติ ประเทศที่ลงนามในมติวาระอาวุธเคมีในปี 1993 จึงเป็นสมาชิกของ OPCW โดยอัตโนมัติ (ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย) ปัจจุบัน OPCW มีประเทศสมาชิกแล้ว 190 ประเทศ (ยกเว้นเมียนม่าร์และอิสราเอลซึ่งลงนามแต่ไม่เห็นชอบต่อมติ)
เหตุการณ์การใช้อาวุธเคมีต่อพลเรือนในประเทศซีเรียเมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมาสร้างความตระหนกแก่สังคมโลก คณะกรรมการรางวัลโนเบลฯ จึงมอบรางวัลให้แก่ OPCW โดยมีจุดประสงค์ในทางหนึ่งเพื่อเน้นให้ทั่วโลกตระหนักถึงความร้ายแรงของอาวุธเคมีและเอาจริงเอาจังในการกำจัดอาวุธเคมีทั้งหมดทั้งในประเทศสมาชิกและประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิก (การประชุมนานาชาติวาระการปลดอาวุธเคมีได้เคยมีมติขีดเส้นตาย 29 เมษายน 2012 ให้ทุกประเทศสมาชิกทำลายอาวุธเคมีที่ครอบครองทั้งหมดให้สิ้น แต่เมื่อเส้นตายเดือนเมษายน 2012 ผ่านไป บางประเทศสมาชิก เช่น ลิเบีย, รัสเซีย, สหรัฐอเมริกา เป็นต้น ก็ออกมายอมรับว่าไม่สามารถกำจัดอาวุธเคมีได้ทันกำหนดเส้นตายและขอเลื่อนกำหนดเส้นตายออกไปอีก --- ที่น่าสนใจคือ 3 ประเทศสมาชิกตัวอย่างข้างต้นนี้เป็นประเทศสมาชิกใน Executive Council ของ OPCW ด้วย)
หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลง การประชุมที่กรุงเจนีวาในปี 1925 ได้มีมติห้ามใช้อาวุธเคมี แต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ยังคงมีการใช้อาวุธเคมีในการสังหารมนุษย์โดยเฉพาะการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของนาซีเยอรมัน และหลังจากนั้นอาวุธเคมีก็กลายเป็นอุปกรณ์ของผู้ก่อการร้ายและรัฐอีกหลายรัฐ นานาชาติในประชาคมโลกต่างเห็นความน่ากลัวของการใช้อาวุธเคมี ฉะนั้นการประชุมวาระอาวุธเคมีจึงได้มีมติสั่งห้ามการใช้, การผลิต, การกักเก็บอาวุธเคมีตั้งแต่ปี 1992-1993 และในที่สุด OPCW ก็ก่อตั้งขึ้นมาในปี 1997 เพื่อรับผิดชอบหน้าที่บังคับใช้มติในทางปฏิบัติ ประเทศที่ลงนามในมติวาระอาวุธเคมีในปี 1993 จึงเป็นสมาชิกของ OPCW โดยอัตโนมัติ (ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย) ปัจจุบัน OPCW มีประเทศสมาชิกแล้ว 190 ประเทศ (ยกเว้นเมียนม่าร์และอิสราเอลซึ่งลงนามแต่ไม่เห็นชอบต่อมติ)
เหตุการณ์การใช้อาวุธเคมีต่อพลเรือนในประเทศซีเรียเมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมาสร้างความตระหนกแก่สังคมโลก คณะกรรมการรางวัลโนเบลฯ จึงมอบรางวัลให้แก่ OPCW โดยมีจุดประสงค์ในทางหนึ่งเพื่อเน้นให้ทั่วโลกตระหนักถึงความร้ายแรงของอาวุธเคมีและเอาจริงเอาจังในการกำจัดอาวุธเคมีทั้งหมดทั้งในประเทศสมาชิกและประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิก (การประชุมนานาชาติวาระการปลดอาวุธเคมีได้เคยมีมติขีดเส้นตาย 29 เมษายน 2012 ให้ทุกประเทศสมาชิกทำลายอาวุธเคมีที่ครอบครองทั้งหมดให้สิ้น แต่เมื่อเส้นตายเดือนเมษายน 2012 ผ่านไป บางประเทศสมาชิก เช่น ลิเบีย, รัสเซีย, สหรัฐอเมริกา เป็นต้น ก็ออกมายอมรับว่าไม่สามารถกำจัดอาวุธเคมีได้ทันกำหนดเส้นตายและขอเลื่อนกำหนดเส้นตายออกไปอีก --- ที่น่าสนใจคือ 3 ประเทศสมาชิกตัวอย่างข้างต้นนี้เป็นประเทศสมาชิกใน Executive Council ของ OPCW ด้วย)
ที่มา - Nobel Prize Press Release, jusci
วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2556
กินเจเพื่อจุดประสงค์ใด Nine Emperor Gods Festival
ภาพประกอบจาก bloggang.com/viewblog.php?id=travelaround&group=6&page=3
เทศกาลกินเจ มีหลายจุดประสงค์แล้วแต่คน ๆ นั้นจะเลือก ตามความต้องการ บ้างก็หวังเพื่อชำระล้างกายใจ บ้างก็กินเพื่อสุขภาพโดยไม่มีความเชื่อ
+1. เพื่อสุขภาพ โดยมีความเชื่อว่าการไม่กินเนื้อสัตว์ทำให้ร่างกายขับพิษต่าง ๆ ออกมาทำให้สุขภาพดี ไม่ผูกโยงความเชื่อ
+2. เพื่อสนองความเชื่อ การไม่เบียดเบียนสัตว์ และผลบุญ ข้อนี้ฟังดูอาจดูดีใจบุญดูมีเมตตา
2.1 แต่ความเชื่อของคนบางกลุ่มเช่นยังกินหอยนางรมซึ่งถือว่าเจตามเชื่อตามตำนานที่แต่งขึ้นที่สมคบคิดให้กินสัตว์สด ๆ อย่างหอยแล้วไม่ผิดศีลไม่ได้เบียดเบียนรังแกสัตว์
2.2 กินเจ เพื่อชำระล้างกายใจ แต่ต้องทำรูปแบบอาหารเลียนแบบเนื้อสัตว์ คิดจะทำบุญแต่จิตใจยังสกปรกยังต้องสร้างอาหารเลียนแบบเนื้อสัตว์ มือถือสากปากถือศีลหรือเปล่า?? จึงเป็นคำถามที่ต้องการคำตอบมาเติมเต็ม...
กินเจ แล้วต้องแสดงอิทธิฤทธิ์ใช้ของแหลมคมจิ้มแทงปากเพื่อโชว์อุตริ ก็เกิดคำถามต่อมาว่า ถ้าขลังจริงทำไมไม่แทงคอให้ทะลุไปอีกผั่ง แทงตาให้ทะลุจนมีดติดคาอยู่ แทงหัวใจให้ทะลุหลัง ทำไมต้องเป็นกระพุ้งแก้มเท่านั้น?
ความเชื่อ หลายคนเชื่อแบบไม่มีข้อโต้แย้งเห็นเขาเชื่อกันมาก็เชื่อตามไปอย่างนั้นอย่างงมงาย ไม่ต้องถามหาเหตุผลว่าทำไม? เช่นอ้างคำว่าโบราณว่า...จึงต้องเชื่ออย่านั้น เรียกว่าเชื่ออย่างโง่งมไร้การฉุกคิด ตัวอย่างในหน้าหนังสือพิมพ์เพื่อวันที่ผ่านมาเชื่อว่ากินเจแล้วต้องกินน้ำมนต์วันละ 18 ลิตรทำให้น้ำท่วมปอด ท่วมหัวใจ ช็อคตาย ความเชื่องมงายนี่มันเป็นอันตรายอย่างมาก หรือเชื่อว่าสะเดาะเคราะห์แล้วชีวิตจะดีขึ้นสุดท้ายสาวน้อยก็โดนพ่อหมอข่มขืน หรือหลอกเงิน ถามว่าทำไมมันต้องโบราณ ทำไมโบราณมันน่าเชื่อ มาถกคิดหาความจริงอย่างเป็นเหตุเป็นผลกันจะดีกว่าไหม...
xsci
ลิ้งที่เกี่ยวข้อง สมรัก พรรคเพื่อเก้ง https://www.facebook.com/photo.php?fbid=223708351122816&set=a.127912997369019.26968.127912267369092&type=1&theater
รางวัลโนเบลสาขาเคมีประจำปี Nobel 2013
ภาพประกอบ Martin Karplus
ภาพประกอบ Michael Levitt
รางวัลโนเบลสาขาเคมีประจำปี 2013 มีผู้ได้รับ 3 ท่าน คือ Martin Karplus, Michael Levitt และ Arieh Warshel ในฐานะที่ร่วมกันบุกเบิกวางรากฐานการพัฒนาแบบจำลองคอมพิวเตอร์ที่สามารถอธิบายปฏิกิริยาเคมีซับซ้อนซึ่งต้องใช้ทั้ง classical และ quantum physics ได้
ย้อนเวลาไปเมื่อสี่สิบกว่าปีก่อน ในยุคนั้นเมื่อนักเคมีต้องการศึกษาปฏิกิริยาเคมีในระดับโมเลกุลด้วยแบบจำลองในคอมพิวเตอร์ พวกเขาจะชนเข้ากับอุปสรรคของ classical และ quantum physics ที่ขวางไม่ให้เราสร้างแบบจำลองที่ใส่ทั้งรูปร่างโมเลกุลและพลวัติของปฏิกิริยาเข้าไปพร้อมกัน หากนักเคมีต้องการเห็นแบบจำลองรูปร่างโมเลกุลที่เห็นเป็นรูปเป็นร่าง จับหมุนๆ โยกซ้ายโยกขวาได้ ก็ต้องเลือกแบบจำลองที่อิงกับ classical physics ซึ่งอธิบายได้แค่โมเลกุลที่อยู่นิ่งๆ แต่อธิบายกลไกการเกิดปฏิกิริยาเคมี เช่น การเปลี่ยนระดับพลังงาน, การย้ายตำแหน่ง, และการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน ฯลฯ ไม่ได้ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของ quantum physics แต่หากนักเคมีสร้างแบบจำลองที่อิงกับ quantum physics มันก็จะกลายเป็นงานระดับโคตรยักษ์ที่ต้องใช้พลังงานการประมวลผลสูงมากจนไม่มีคอมพิวเตอร์เครื่องไหนรับไหว เพราะแบบจำลองจะต้องคำนวณสถานะของอิเล็กตรอนหรือโมเลกุลทุกตัวที่อยู่ในระบบแบบ real time (ระบบในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่โมเลกุล 2-3 ตัวมาวิ่งชนกัน แต่หมายถึงโมเลกุลเป็นล้านๆ ตัวรวมถึงอันตรกิริยาที่โมเลกุลกระทำกับสิ่งแวดล้อมด้วย)
จุดเริ่มต้นของการปฏิวัติวงการเกิดขึ้นใน ค.ศ. 1970 เมื่อ Arieh Warshel ได้เข้ามาร่วมทำงานกับ Martin Karplus ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ขณะนั้น Martin Karplus ก็ถือได้ว่าเป็นผู้จัดเจนทางด้าน quantum physics แถวหน้าของวงการแล้ว เขาได้พัฒนา "Karplus Equation" ซึ่งเป็นสมการสำคัญในงานที่ใช้ Nuclear Magnetic Resonance (NMR) ส่วน Arieh Warshel นั้นเป็นนักวิจัยหนุ่มไฟแรงที่เชี่ยวชาญทางด้านแบบจำลอง classical physics งานแรกของทั้งคู่จึงมีเป้าหมายอยู่ที่การสร้างแบบจำลองที่ใช้ผสาน classical physics เข้ากับ quantum physics
หลังจากซุ่มพัฒนาร่วมกับ Michael Levitt ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ Golem ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดอยู่สองปี ในปี 1972 Arieh Warshel กับ Martin Karplus ก็ประสบความสำเร็จ เขาทั้งคู่สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนในโมเลกุล retinal ขึ้นมา ในแบบจำลองนั้นพวกเขาใช้ quantum physics อธิบายการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนอิสระซึ่งเป็นกุญแจหลักในการเปลี่ยนโครงสร้างของ retinal และใช้ classical physics อธิบายอิเล็กตรอนที่เหลือ วิธีนี้ทำให้คอมพิวเตอร์ประมวลผลออกมาได้โดยไม่ต้องคำนวณสถานะของอิเล็กตรอนทุกตัวในระบบ เป็นครั้งแรกในโลกที่นักวิทยาศาสตร์สามารถใส่ทั้ง quantum physics และ classical physics เข้าไว้ในแบบจำลองที่ใช้อธิบายปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นได้จริงๆ
อย่างไรก็ตาม แบบจำลองของ Arieh Warshel กับ Martin Karplus ก็ยังมีข้อจำกัด มันใช้ได้กับโมเลกุลที่มีโครงสร้างไม่ซับซ้อนเท่านั้น
หลังจาก Arieh Warshel จบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เขาก็ได้วนมาทำงานร่วมกับ Michael Levitt อีกครั้งที่มหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ ทั้งคู่มุ่งหวังที่จะก้าวข้ามข้อจำกัดเรื่องขนาดของโมเลกุล งานนี้นับว่ายากเย็นกว่างานที่ตีพิมพ์ในปี 1972 หลายเท่า เขาทั้งสองทุ่มเทพัฒนาปรับปรุงแบบจำลองและสมการคณิตศาสตร์เป็นเวลาหลายปี ในที่สุดเมื่อ ค.ศ. 1976 พวกเขาก็หาทางออกได้สำเร็จ
ทางออกดังกล่าวก็คือ การออกแบบแบบจำลองให้มุ่งไปที่ใจกลางบริเวณส่วนที่เกิดปฏิกิริยาเพียงอย่างเดียว ส่วนอะตอมในบริเวณที่ไม่เกี่ยวข้องก็ยุบรวม (merge) ด้วยวิธีการที่พวกเขาพัฒนาขึ้นเพื่อลดภาระการประมวลผล (นักวิทยาศาสตร์รุ่นต่อมาได้ปรับปรุงงานของทั้งคู่เพิ่มขึ้นอีกชั้น โดยการยุบรวมอะตอมในส่วนที่อยู่ห่างไกลจากปฏิกิริยาเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน เป็นการเพิ่มความแม่นยำของแบบจำลองและลดภาระการประมวลผลลงไปอีกระดับในคราวเดียว)
ทุกวันนี้ผลงานที่ Martin Karplus, Michael Levitt และ Arieh Warshel ร่วมกันสร้างรากฐานได้กลายมาเป็นเครื่องมือหลักให้นักวิทยาศาสตร์ใช้ศึกษาปฏิกิริยาเคมีที่ซับซ้อนและโมเลกุลขนาดใหญ่อันมีประโยชน์ต่อมนุษยชาติอย่างมหาศาลในหลายด้าน เช่น การออกแบบยา, การสร้างโซล่าร์เซลล์, การศึกษาปฏิกิริยาที่ใช้ตัวเร่ง (catalyst) ฯลฯ และในอนาคตมันก็อาจจะเป็นบันไดที่ให้นักวิทยาศาสตร์ก้าวขึ้นไปสู่การสร้างแบบจำลองที่อธิบายปฏิกิริยาชีวเคมีของเซลล์สิ่งมีชีวิตได้ทั้งเซลล์
ที่มา - Nobel Prize Press Release, jusci.com
วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2556
นักวิทย์เบลเยี่ยม-อังกฤษคว้าโนเบลฟิสิกส์ปี 2556 Francois Englert, Peter W. Higgs
นักวิทย์เบลเยี่ยม-อังกฤษคว้าโนเบลฟิสิกส์ปีนี้
วันอังคารที่ 8 ตุลาคม 2556 เวลา 18:50 น.
นักวิทยาศาสตร์จากเบลเยี่ยม และอังกฤษ ควงคู่รับโนเบลสาขาฟิสิกส์ตามคาด จากผลงานการค้นพบอนุภาคพระเจ้า
ภาพบรรยากาศสุดหรูและเหตุผลว่าทำไมถึงได้รางวัล
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานจากกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ว่า ราชบัณฑิตสภาด้านวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน ในกรุงสตอกโฮล์ม ได้ประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปี 2556 ออกมาแล้ววันนี้ ปรากฎว่านายฟรังซัวส์ อังแกลต์ นักวิทยาศาสตร์ชาวเบลเยี่ยม และปีเตอร์ ฮิกส์ นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ร่วมกันคว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้ไปครองได้ จากผลงานการค้นพบอนุภาคฮิกส์โบซอน หรือ “อนุภาคพระเจ้า” ซึ่งอธิบายเหตุผลของการมีอยู่ของมวลในจักรวาล ทั้งคู่ได้ค้นพบทางทฤษฎีของกลไกที่สนับสนุนความเข้าใจเรื่องกำเนิดสสารทั้งมวลของอนุภาคย่อยของอะตอม
ทฤษฎีของนักวิทยาศาสตร์ทั้ง 2 คน ได้รับการยืนยันเมื่อปีที่แล้ว ด้วยการค้นพบอนุภาคฮิกส์ ซึ่งที่รู้กันในชื่อฮิกส์โบซอนด้วย ที่ห้องทดลองในนครเจนีวา โดยองค์การวิจัยนิวเคลียร์แห่งยุโรป หรือเซิร์น ยืนยันสิ่งที่พวกเขาค้นพบ คืออนุภาคฮิกส์อย่างแน่นอน
การประกาศรายชื่อเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปีนี้ ถูกเลื่อนออกไป 1 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าไม่ใช่เรื่องปกติ แต่ทางราชบัณฑิตสภาด้านวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดนไม่ได้ให้เหตุผลในทันที่ แต่เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ระบุในทวิตเตอร์ว่า ยังคงมีการประชุมอยู่ในช่วงเวลาที่จะมีการประกาศรายวัลดังกล่าว โดยราชบัณฑิตสภาฯ ลงมติด้วยเสียงข้างมากให้นักวิทยาศาสตร์ทั้ง 2 ครองรางวัลนี้ร่วมกัน
ที่มา : dailynews.co.th/world/238858
บทความที่เกี่ยวข้อง http://xsci.blogspot.com/2013/05/lhc-higgs-boson.html
5 ตุลาคม 2556 นาทียิงปะทะ เปเล่ดำ ต.เรียง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส
ที่มา : N a R a Peace ( น ร า สันติ )
"เขยฝรั่ง" มาร์ติน วีลเลอร์ เปิดอกโต้ข้อกล่าวหาต่างด้าว "แย่งที่ดิน" หรือคนไทยขายแผ่นดินกันแน่?
ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะไปที่ไหนทั่วไทย จะพบเขยฝรั่ง
ถ้าอยู่กันมากๆ ก็กลายเป็นหมู่บ้านคนต่างด้าวไปเลย
มีทั้งหมู่บ้านออสเตรีย หมู่บ้านเยอรมัน หมู่บ้านสวีเดน หมู่บ้านสวิสฯ หมู่บ้านญี่ปุ่น และหมู่บ้านนานาชาติอื่นๆ
ปรากฏการณ์เขยฝรั่งกระจายออกไปทั่วประเทศไทย จนเกิดเป็นความกังวลใจว่า ฝรั่งจะครอบครองที่ดินของคนไทย ล่าสุดมีการอ้างว่า คนต่างด้าวครอบครองที่ดินในประเทศไทย 30-100 ล้านไร่
หลายปีก่อนมีข่าวว่า ต่างชาติ เข้ามากว้านซื้อที่ดินทำนา แต่ก็ตรวจสอบไม่พบสักรายเดียว
มาร์ติน วีลเลอร์ หนุ่มใหญ่ชาวอังกฤษ เขยฝรั่งรุ่นแรกๆ ของประเทศไทย เมื่อ 20 ปีก่อน ได้รับเชิญมาพูด ปัญหาการเข้ามาถือสิทธิในที่ดินของคนต่างด้าว บนเวทีของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เมื่อไม่นานมานี้
ปัจจุบัน มาร์ติน วัยเฉียด 50 ปี ประกอบอาชีพเกษตรกรรมในครอบครัวของภริยาที่ชื่อ รจนา ที่จ.ขอนแก่น มีลูกด้วยกัน 3 คนทุกคนมีสัญชาติไทย
วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2556
หุ่นยนต์แมว cat robot
ยานพาหนะที่เป็นล้อได้เกิดขึ้นและครองโลกด้วยปัจจัยที่ตอบสนองความต้องการได้ดีและสร้างง่าย กว่ายานยนต์ที่เป็นขา แต่ปัจจุบันสิ่งที่สร้างเลียนแบนสัตว์ 4 เท้าได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นทางเลือก และอุดรอยรั่วจุดอ่อนของยานยนต์ที่เป็นล้อ การพัฒนาทางทหารเป็นอีกแรงผลักสำคัญให้โปรแจคเหล่านั้นเกิดขึ้นมา ตามคลิ๊บนี้เป็นหุ่นยนต์แมว ซึ่งก่อนหน้านี้หุ่นยนต์สุนัขได้เกิดขึ้นมาแล้ว มีประสิทธิภาพดีมาก เป้าหมายเพื่อใช้ในการขนส่งในสนามรบ ที่ต้องลุยไปได้ทุกที่อย่างคล่องตัว ระบบขาจึงเป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพสูงพอที่จะตอบโจทย์เหล่านั้นได้
Appmaker - Tool สำหรับสร้าง mobile apps โดยไม่ต้องเขียนโปรแกรมเป็น
ข้อจำกัดสำหรับนักจินตนาการที่อยากถ่ายทอดไอเดียออกมาในรูปแบบของ Apps มันถูกปิดกั้นไว้ด้วยการโปรแกรมมิ่ง การเขียนโปรแกรมเป็นสิ่งที่ปิดกั้นจินตนาการเหล่านั้น เครื่องมือที่ช่วยให้ Apps เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ จึงเป็นหนทางออกที่ดี Appmaker มีความสามารถที่ตรงความต้องการโดยสามารถเขียน Apps โดยไม่ต้องเขียนโปรแกรม เขียนโปรแกรมไม่เป็นก็ทำ Apps ได้
https://appmaker.mozillalabs.com/
https://appmaker.mozillalabs.com/
อินทิเกรตและดิฟเฟอเรนชิเอต คืออะไร integrate, limit
อินทิเกรตและดิฟเฟอเรนชิเอต
เป็นแนวคิดที่เกิดจากแนวคิดพื้นฐานง่ายๆ
แล้วประยุกต์มันด้วยขบวนการอนันต์ครับ
สมมุตินะครับว่าเราต้องการหาพื้นที่ของ
รูปทรงที่มันไม่เป็นเรขาคณิต
คนสมัยโบราณที่เค้ายังไม่มีแคลคูลัสใช้เค้าทำไงครับ
เค้าก็คิดว่าเองั้นเราแบ่งพื้นที่นี้ออกเป็นชิ้นส่วนย่อยๆ
ที่เราสามารคำนวณได้รู้ค่าแน่นอนดีไหมน่ะ
ผลก็คือเมื่อทำการแบ่งพื้นที่ออกมาเป็นสี่เหลี่ยมแล้ว
คำนวณหาพื้นที่สี่เหลี่ยมนั้นๆ แล้วเอาพื้นที่ทั้งหมดมารวมกันเหมือนเดิม ก็จะได้คำตอบ
แต่ว่า...
คำตอบที่ว่านั่นคือค่าประมาณ เค้าก็ทำการคิดแก้ปัญหาต่อไป โดยการแบ่งพื้นที่ให้ละเอียดมากขึ้น เค้าก็ค้นพบว่าค่าที่ได้ จะใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้น ได้ดั่งนั้นนักฟิสิกส์จึงบอกว่า เอาละ ในทางการฟิสิกส์แล้วเราต้องการความละเอียดระดับหนึ่งเท่านั้น ค่าผิดผลาดที่ได้จากการวัดของวิธีนี้ หาเราแบ่งสี่เหลี่ยมให้เล็กพอ นักฟิสิกส์สามารถยอมรับได้ นักเคมีกล่าวว่าในขบวนการทางเคมีนั้นมีค่าผิดผลาดเป็นเรื่องปกติอยู๋แล้วธรรมดามาก เราแค่ควบคุมให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ มาถึงคิวนักคณิตศาสตร์นักคณิตศาสตร์คิดหนักเพราะถึงแม้จะแบ่งพื้นที่ให้ละเอียด เป็นพันชิ้น เป็นหมื่นชิ้น มันก็ยังให้ออกมาเป็นเพียงค่าที่ประมาณเท่านั้น นักคณิตศาสตร์ไม่พอใจเป็นอย่างมาก เนือ่งด้วยโลกของคณิตศาสตร์นั้นไม่ยอมรับว่า
0.0000000000000000000000001 = 0.0000000000000000000000002
นักคณิตศาสตร์ไม่รู้จะทำอย่างไร หันซ้ายหันขวาไปเจอลิมิตเข้า ก็ปิ้งไอเดียทันที นักคณิตศาสตร์จึงกล่าวขึ้นมาว่า ถ้าเราแบ่งพื้นที่ออกเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ ขนาด x โดยที่ x มีค่าเข้าใกล้ 0 และเมือ่เราทำการคำนวณหาพื้นที่ทั้งหมดมารวมกัน ด้วยกฏของลิมิตที่นิยามไว้ดีแล้ว จะทำให้เราได้ค่าพื้นที่ปิดล้อมนั้น แบบไม่ใช่ค่าประมาณ!
เป็นแนวคิดที่เกิดจากแนวคิดพื้นฐานง่ายๆ
แล้วประยุกต์มันด้วยขบวนการอนันต์ครับ
สมมุตินะครับว่าเราต้องการหาพื้นที่ของ
รูปทรงที่มันไม่เป็นเรขาคณิต
คนสมัยโบราณที่เค้ายังไม่มีแคลคูลัสใช้เค้าทำไงครับ
เค้าก็คิดว่าเองั้นเราแบ่งพื้นที่นี้ออกเป็นชิ้นส่วนย่อยๆ
ที่เราสามารคำนวณได้รู้ค่าแน่นอนดีไหมน่ะ
ผลก็คือเมื่อทำการแบ่งพื้นที่ออกมาเป็นสี่เหลี่ยมแล้ว
คำนวณหาพื้นที่สี่เหลี่ยมนั้นๆ แล้วเอาพื้นที่ทั้งหมดมารวมกันเหมือนเดิม ก็จะได้คำตอบ
แต่ว่า...
คำตอบที่ว่านั่นคือค่าประมาณ เค้าก็ทำการคิดแก้ปัญหาต่อไป โดยการแบ่งพื้นที่ให้ละเอียดมากขึ้น เค้าก็ค้นพบว่าค่าที่ได้ จะใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้น ได้ดั่งนั้นนักฟิสิกส์จึงบอกว่า เอาละ ในทางการฟิสิกส์แล้วเราต้องการความละเอียดระดับหนึ่งเท่านั้น ค่าผิดผลาดที่ได้จากการวัดของวิธีนี้ หาเราแบ่งสี่เหลี่ยมให้เล็กพอ นักฟิสิกส์สามารถยอมรับได้ นักเคมีกล่าวว่าในขบวนการทางเคมีนั้นมีค่าผิดผลาดเป็นเรื่องปกติอยู๋แล้วธรรมดามาก เราแค่ควบคุมให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ มาถึงคิวนักคณิตศาสตร์นักคณิตศาสตร์คิดหนักเพราะถึงแม้จะแบ่งพื้นที่ให้ละเอียด เป็นพันชิ้น เป็นหมื่นชิ้น มันก็ยังให้ออกมาเป็นเพียงค่าที่ประมาณเท่านั้น นักคณิตศาสตร์ไม่พอใจเป็นอย่างมาก เนือ่งด้วยโลกของคณิตศาสตร์นั้นไม่ยอมรับว่า
0.0000000000000000000000001 = 0.0000000000000000000000002
นักคณิตศาสตร์ไม่รู้จะทำอย่างไร หันซ้ายหันขวาไปเจอลิมิตเข้า ก็ปิ้งไอเดียทันที นักคณิตศาสตร์จึงกล่าวขึ้นมาว่า ถ้าเราแบ่งพื้นที่ออกเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ ขนาด x โดยที่ x มีค่าเข้าใกล้ 0 และเมือ่เราทำการคำนวณหาพื้นที่ทั้งหมดมารวมกัน ด้วยกฏของลิมิตที่นิยามไว้ดีแล้ว จะทำให้เราได้ค่าพื้นที่ปิดล้อมนั้น แบบไม่ใช่ค่าประมาณ!
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)







